หลังจากที่เราได้ฝาก Link ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝาก Link ไว้ตาม Social Bookmark หรือ Web Directory หรือตามเว็บบอร์ดที่เราเข้าไปใช้งาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถสร้าง Link ได้ ที่นี่หลังจากเราฝากไปแล้วเวลาผ่านไป เราจะทราบได้อย่างไรว่าเรามี Backlink เท่าไหร่แล้วเราสร้างไว้เท่าไหร่แล้ว เก็บสะสมไว้เท่าไหร่แล้ว (จำไม่ได้) วิธีง่ายๆที่ได้ผลและนำมาแนะนำกันก็คือการตรวจสอบกับเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบ BL โดยเฉพาะนั้นเอง ซึ่งให้บริการฟรีครับ ขอแนะนำ Backlink Watch ครับเป็น Web Site สำหรับตรวจสอบ BL โดยเฉพาะวิธีการก็ใช้งานง่ายๆมากเพียงแค่กรอก URL ของ Web Site ที่เราจะทำการตรวจ สอบที่ช่อง Enter URL: แล้วก็คลิ๊ก Check Backlinks หรือกด Enter เพียงแค่นี้ระบบก็จะทำการตรวจสอบ Backlink ของเรา ขึ้นมาเป็นรายการ ให้เราทราบโดยวิธีการอ่านค่าในส่วนต่างๆของตารางนั้น ขออธิบายเป็นข้อๆดังต่อไปนี้ครับ
1. PR คือ ค่า PR ของหน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink ไว้มีค่าเท่าไหร่
2. OBL คือ จำนวน Link ออกทั้งหมดใน หน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink เอาไว้มีจำนวนเท่าไหร่
3. Flag คือชนิดหรือรูปแบบของ Backlink ที่เราได้รับ ตัวอย่างเช่น NoFollow
4. Total Backlinks คือผลรวมของ Backlink ที่เรามีทั้งหมดจากการตรวจสอบของระบบ
ก็ไปลองทดสอบใช้งานกันดูนะครับ กับบริการตรวจสอบ Backlink ดีๆ ฟรีๆ ครับ
G+
แหล่งรวบรวมข้อมูล บทความ ความรู้ เบื้องต้น พื้นฐาน ความรู้ความเข้าใจ และการทำ SEO
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันวิสาขบูชา
วันนี้พักเรื่อง SEO มาพูดถึงวันสำคัญทางศาสนา เนื่องจากศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของเราวันนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก วันวิสาขบูชา หรือการบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการคือ เป็นวันประสูติ คือเกิด เป็นวันที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คือสำเร็จ และปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว วันนี้เป็นวันหยุดราชการด้วย เกือบแทบทุกวัดจะมีการจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชากันด้วยครับเพื่อนๆพี่ที่ว่างจากธุรกิจหน้าที่การงาน วันนี้ก็มาทำบุญกันนะครับ ช่วงเช้าอาจจะมีการทำบุญตักบาตร หรือเข้าวัดถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา รักษาศีล ฟังธรรมเทศนาที่วัด หรือจะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ บริจาคทรัพย์เพื่อการกุศล พัฒนาวัด เป็นต้น ในช่วงค่ำพุทธศาสนิกชน จะนำดอกไม้ธูปเทียนเพื่อไปเวียนเทียนรอบพระอุโปสถภายในวัด หาวัดใกล้ๆบ้านทำบุญกันนะครับ พี่น้องชาวไทย
วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แนะนำ Add-On ตรวจสอบ DoFollow และ NoFollow
เป็นบทความ SEO ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ในเมื่อเราทราบถึงรายละเอียดชนิดและประเภทที่เกี่ยวกับ Link DoFollow และ NoFollow กันไปแล้วที่นี่เราจะทราบได้อย่างไรว่าเว็บที่เราฝากลิงค์ไว้เป็น Backlink ชนิดไหนกันแน่ วิธีการตรวจสอบจริงๆมีหลายวิธี แต่บทความนี้ เราขอแนะนำเครื่องมือ หรือ Tool ที่เอาไว้ตรวจสอบชนิดและประเภทของลิงค์ DoFollow และ NoFollow กันแถมใช้งานได้ง่ายมากเพียงแค่คลิ๊กไม่กี่คลิ๊ก ติดตั้งได้ไม่ยาก และที่สำคัญฟรีครับผม!! เครื่องมือตัวนี้เป็น Add-on ของ FireFox ไปโหลดกันเลย NoDoFollow (ตัว Update สามารถใช้งานกับ FireFox 11 ได้ครับ) หลังจากทำการติดตั้งด้วยขั้นตอนง่ายๆ เรามาดูวิธีใช้งานกันง่ายไม่แพ้ขั้นตอนติดตั้งเลยโดยหาพื้นที่ว่างบนหน้า Page ที่เราจะทำการตรวจสอบแล้วคลิ๊กขวาเลือกคำสั่ง NoDoFollow จะมีแถบสีที่ขึ้นบริเวณที่เป็นลิงค์ ถ้าเป็น Highlight สีน้ำเงินจะเป็นลิงค์ชนิด DoFollow แต่ถ้าเป็นแถบสีหรือ Highlight สีแดงจะเป็นลิงค์ชนิด NoFollow ครับ เป็นเครื่องมืออีกหนึ่งตัวซึ่งจำเป็นมากๆครับสำหรับการทำ SEO
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
DoFollow และ NoFollow คืออะไร ?
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO หรือการโปรเมทเว็บไซต์ของเราก็คือ Backlink ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Backlink กันให้มากขึ้นว่าเราไปสร้าง Backlink เพื่อโปรโมทกับเว็บไซต์ต่างๆนั้นเราได้เป็น Backlink ประเภทไหนกันครับ Backlink แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทก็คือ Backlink แบบ DoFollow และแบบ NoFollow
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554
Google Banned
ตั้งชื่อหัวข้อซะน่ากลัวเลยนะครับ แต่เป็นความรู้ SEO ที่น่าสนใจมากในช่วงนี้ เรามาพูดถึงเรื่องการถูก Google Banned กันเพราะเนื่องจากตั้งแต่การปรับเปลี่ยน Algorithm ใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Panda ก็ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเว็บไซต์ต่างๆที่ทำผิดกฎ หรือผิดเงี่อนไขโดยตรงของ Algorithm ตัวใหม่ ถูกลงโทษหลายเว็บไซต์ด้วยกัน โดยการลบข้อมูลออกจากฐานข้อมูลทั้งหมดของ Google โดยส่วนใหญ่ที่สังเกตได้จะเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมากจากการทำงานของ Script ต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือผลทางด้านการค้า หรือเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาต่าง IP Class C เป็นจำนวนมากแต่มีเนื้อหาข้อมูลทีเหมือนกัน หรือการสร้างลิงค์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อวัตถุประสงค์และผลทางด้าน SEO ทีนี่เป็นคำถามยอดนิยมว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราถูกแบนจาก Google ก็มีขั้นตอนง่ายๆ ก็ให้ไปหน้าหลักของการค้นหา Google ลองพิมพ์ที่อยู่ของเว็บไซต์เราตรงๆดูว่ามีผลการค้นหาขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่แสดงผล ต่อไปก็ให้ลองพิมพ์คำว่า site:yourdomain.com หรือ link:yourdomain.com ตรวจสอบดูว่ามีข้อมูลของเว็บไซต์เราอยู่หรือไม่ถ้าไม่ก็สันนิฐานได้ว่าอาจจะถูกแบนจากฐานข้อมูลของ Google หรือใช้เครื่องมือตรวจสอบ Google Banned Checker ดูจากเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบครับมีหลายเว็บไซต์ที่แนะนำทาง Link ด้านล่างครับ
Google Banned Checker Iwebtool
Google Banned Checker SelfSEO
Google Banned Checker Dnxpert
(หมายเหตุ เป็นการตรวจสอบการแบนเฉพาะเว็บที่มีผลการค้นหาในฐานข้อมูลหรือ Index แล้วนะครับถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่สันนิฐานได้ว่ายังไม่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลหรือยังไม่ Index ครับ)
Google Banned Checker Iwebtool
Google Banned Checker SelfSEO
Google Banned Checker Dnxpert
(หมายเหตุ เป็นการตรวจสอบการแบนเฉพาะเว็บที่มีผลการค้นหาในฐานข้อมูลหรือ Index แล้วนะครับถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่สันนิฐานได้ว่ายังไม่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลหรือยังไม่ Index ครับ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





