G+

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

DoFollow และ NoFollow คืออะไร ?

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO หรือการโปรเมทเว็บไซต์ของเราก็คือ Backlink ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Backlink กันให้มากขึ้นว่าเราไปสร้าง Backlink เพื่อโปรโมทกับเว็บไซต์ต่างๆนั้นเราได้เป็น Backlink ประเภทไหนกันครับ Backlink แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทก็คือ Backlink แบบ DoFollow และแบบ NoFollow
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

Google Banned

ตั้งชื่อหัวข้อซะน่ากลัวเลยนะครับ แต่เป็นความรู้ SEO ที่น่าสนใจมากในช่วงนี้ เรามาพูดถึงเรื่องการถูก Google Banned กันเพราะเนื่องจากตั้งแต่การปรับเปลี่ยน Algorithm ใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Panda ก็ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเว็บไซต์ต่างๆที่ทำผิดกฎ หรือผิดเงี่อนไขโดยตรงของ Algorithm ตัวใหม่ ถูกลงโทษหลายเว็บไซต์ด้วยกัน โดยการลบข้อมูลออกจากฐานข้อมูลทั้งหมดของ Google โดยส่วนใหญ่ที่สังเกตได้จะเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมากจากการทำงานของ Script ต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือผลทางด้านการค้า หรือเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาต่าง IP Class C เป็นจำนวนมากแต่มีเนื้อหาข้อมูลทีเหมือนกัน หรือการสร้างลิงค์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อวัตถุประสงค์และผลทางด้าน SEO ทีนี่เป็นคำถามยอดนิยมว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราถูกแบนจาก Google ก็มีขั้นตอนง่ายๆ ก็ให้ไปหน้าหลักของการค้นหา Google ลองพิมพ์ที่อยู่ของเว็บไซต์เราตรงๆดูว่ามีผลการค้นหาขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่แสดงผล ต่อไปก็ให้ลองพิมพ์คำว่า site:yourdomain.com หรือ link:yourdomain.com ตรวจสอบดูว่ามีข้อมูลของเว็บไซต์เราอยู่หรือไม่ถ้าไม่ก็สันนิฐานได้ว่าอาจจะถูกแบนจากฐานข้อมูลของ Google หรือใช้เครื่องมือตรวจสอบ Google Banned Checker ดูจากเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบครับมีหลายเว็บไซต์ที่แนะนำทาง Link ด้านล่างครับ

Google Banned Checker Iwebtool
Google Banned Checker SelfSEO
Google Banned Checker Dnxpert

(หมายเหตุ เป็นการตรวจสอบการแบนเฉพาะเว็บที่มีผลการค้นหาในฐานข้อมูลหรือ Index แล้วนะครับถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่สันนิฐานได้ว่ายังไม่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลหรือยังไม่ Index ครับ)

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

ความสำคัญของ BackLink

ปัจจัยที่สำคัญในอันดับต้นๆของหลายๆตัวแปรในการทำอันดับกับ Search Engine ชื่อดังอย่าง Google หรือ Search Engine ชื่อดังของค่ายอื่นๆ ก็คงหนีไม่พ้น BackLink เพราะ Search Engine ทั้งหลายจัดอันดับการให้คะแนน และคุณค่าของเว็บไซต์ ส่วนหนึ่งก็มาจากจำนวนของ BackLink นั้นเอง ซึ่งการจะขึ้นไปอยู่ในอับดับที่ดีของเครื่องมือค้นหา ก็คือการหา BackLink เข้ามาที่เว็บไซต์เป็นจำนวนมาก แต่ BackLink ที่เข้ามาก็ควรเป็น BackLink ที่มีคุณภาพหรือมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตรงนี้ Search Engine จะให้คะแนนความน่าเชื่อถือและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การมี BackLink เป็นจำนวนมากนอกจากจะทำให้ผลการค้นหาดีขึ้น Robot เข้ามาเก็บข้อมูลบ่อยขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะให้ผู้ชม หรือผู้ที่สนใจแวะเวียนเข้ามาที่เว็บไซต์เราอีก ด้วยการ Click ตาม Link เข้ามา อย่างไรก็ตามนอกจากการหา BackLink คุณภาพแล้วเรายังจะต้องปรับปรุงเว็บไซต์ และ UpDate เนื้อหา (Unique Content) ของเราให้ดีขึ้น มีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ ให้สอดคล้องกับการหา BackLink แบบธรรมชาติ ถ้าทำได้อย่างนี้ อันดับผลการค้นหาที่ดีขึ้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ ConFirm!!

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

สวัสดีปีใหม่ไทย สวัสดีวันสงกรานต์


ในระหว่างวันที่ 13 - 15 เม.ย ตามปฎิทินของไทย ก็จะเป็นวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของไทยเรานี่เองที่หลายๆท่านรอคอยเป็นเทศกาลวันหยุดยาวช่วงหนึ่งของไทย ปีนึงได้พักผ่อนกันนานๆซักที ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใครที่เดินทางกลับบ้านก็ขอให้เดินทางถึงที่หมายโดยปลอดภัย ใครที่เล่นน้ำก็เล่นกันอย่างสนุก เล่นกันเพลินๆนะครับ มีอะไรกระทบกระทั่งกันนิดหน่อยก็ให้อภัยกันนะครับ เล่่นน้ำก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย แล้วก็อย่าลืมไปทำกิจกรรมสำคัญตามประเพณีไทยของเราในวันสงกรานต์ด้วยการแสดงความเคารพและความกตัญญู ต่อบิดา มารดา ครู อาจารย์ แล้วก็ผู้มีพระคุณ ด้วยการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ พร้อมทั้งรับคำอวยพร และขอพรในวันปีใหม่ไทย ทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตกับตัวเราเอง และคนที่เรารัก จะได้จิตใจชื่นบานเย็นช่ำกันไปตลอดปี สวัสดีวันสงกรานต์ สวัสดีปีใหม่ไทยครับ พี่น้องชาวไทย

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

TLD คือ ?

เนื้อหาของ ความรู้ SEO ยังคงเกี่ยวข้องกับเรื่องของ Domain นะครับ เนื่องจากในบทความ SEO ที่แล้วเรามีพูดถึงกัน แต่อาจจะยังมีใครที่ยังไม่ทราบหรือยังไม่เข้าใจ ก็ถือโอกาสเขียนซะเลย มีให้เขียนเยอะจริงๆเจ้า Domain เนี้ยเอาละมาว่ากันต่อเรื่อง TLD (ทีแอลดี) นั้นย่อมาจาก Top-Level Domain หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า โดเมนระดับบนสุด หรือขั้นสูงสุด หน้าที่หรือความหมายของมันจริงๆเราๆก็เห็นกันอยู่บ่อยๆนะครับ ก็คือองค์ประกอบสำคัญที่จะมีอยู่ในส่วนต่อท้ายจากชื่อของทุกๆ Domain Name ของเรานี่แหละเช่น .com .net .info .co.th ซึ่งโดเมนในระดับนี้ยังแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นได้อีก 2 แบบหรือ 2 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะการจัดการและดูแลโดเมนของ ICANN ได้แก่ โดเมนระดับบนสุดหมวดทั่วไป (General Top-Level Domain: gTLD) ซึ่งก็คือ .com .net .org .biz .info ฯลฯ และโดเมนระดับบนสุดหมวดรหัสประเทศ (Country-Code Top-Level Domain: ccTLD) หรือโดเมนประจำสัญชาติ เช่น .th ของไทย .fr ของฝรั่งเศลเป็นต้น ซึ่งโดนเมนประจำสัญชาติยังสามารถแยกย่อยแบ่งออกได้อีกตามกำหนดกฎเกณฑ์ของการขอจดทะเบียนของแต่ละชาติ เช่น co.th สำหรับธุรกิจ .go.th สำหรับหน่วยงานราชการเป็นต้น ซึ่งที่กล่าวมาก็เป็นปัจจัย หรืออีกตัวแปรหนึ่งที่สำคัญในการทำ SEO ครับ