หากใครที่ศึกษา SEO ด้วยตนเองจากเนื้อหาภาษาอังกฤษแล้วละก็ บุคคลเหล่านั้นจะพบเจอคำว่า Trust กับ Authority อยู่บ่อยครั้ง ส่วนในภาษาไทยเองก็มีการพูดถึงบ้างเป็นครั้งคราว บทความนี้จะมาอธิบายว่ามันคืออะไร แล้วมี Factors อะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบของ Trust และ Authority นี้ สำหรับคำว่า Trust ในความหมายของ SEO นั้นหลายๆ คนคงจะรู้อยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่รู้นั้น Trust ก็คือความน่าเชื่อถือที่ Google มีต่อเว็บเพจและเว็บไซต์ ยิ่งมีความน่าเชื่อถือมาก งานแต่ละชิ้นที่ออกมา ก็ได้รับความไว้วางใจมาก ส่วนในด้านของ Authority ในความหมายของ SEO ก็คือศูนย์กลางของข้อมูลในเรื่องใดๆซึ่งจะช่วยบอกถึงความสำคัญและการเป็นที่นิยมในเรื่องนั้นๆ
G+
แหล่งรวบรวมข้อมูล บทความ ความรู้ เบื้องต้น พื้นฐาน ความรู้ความเข้าใจ และการทำ SEO
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
กฎ 20 ข้อในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นเลิศและประสบความสำเร็จ
- ให้ความนับถือผู้ชมเว็บของคุณ อย่าพยายามบังคับให้พวกเขาอ่านเนื้อหาในเว็บของคุณทั้งหมด ปล่อยให้พวกเขาเลือกและตัดสินใจเองว่าจะอ่านอะไร ให้ลองนึกว่าถ้าคุณเป็นผู้ชมเว็บ คุณจะทำอย่างไรกับหน้าต่างที่ป๊อบอัพขึ้นมาและกล่องโฆษณาที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมด
- โฆษณาที่แย่ กล่องโฆษณาที่น่ารำคาญอาจช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้ว มันไม่ทำให้เว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม การผนวกโฆษณาเข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ และจัดโครงสร้างของเว็บให้ดีก็จะช่วยให้โฆษณานั้นไม่รบกวนผู้ชม มันจะช่วยให้เว็บของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่คุณ ได้ด้วย
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555
ค่าเฉลี่ยอัตราการคลิกของ Google Search
วันนี้ช่วงเช้าก่อนทำงานขณะนั่ง Research ข้อมูลเกี่ยวกับ Social Media ไปเจอรูปนี้เข้าเลยเก็บมาฝากครับ รูปนี้จริงๆเป็นของเว็บไซต์เจ้านึงที่บริการ Heatmaps หรืออะไรก็แล้วแต่มันเรียกได้หลายชื่อแล้วแต่จะตั้ง (ของ Truehits ก็มีใครใช้ Stat อยู่ก็เอา Clickmap มาติดได้เลยฟรี) แต่การทำงานคือระบบจะจับการคลิกของหน้าเว็บไซต์เราว่า User ที่เข้ามานั้นคลิกตรงส่วนไหนมากที่สุด เพื่อเจ้าของเว็บจะได้รู้ว่าคนที่เข้าเว็บมานั้นคลิกตรงไหนเป็นส่วนมากของ เว็บ ซึ่งจะสามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเว็บเราให้รองรับการใช้งานมากขึ้น นี่คือข้อดีของ Heatmaps ครับ แต่วันนี้ไม่ได้มาพูดถึงเรื่อง Heatmaps แต่เอาการคลิกมาโชว์ให้ดูครับว่าหากคุณทำ Keyword ด้วยการทำ SEO หรือ PPC ต่างๆนั้นอัตราการคลิกจะเป็นดังรูปที่นำมาแสดง ทำไมหลายๆคนถึงอยากให้เว็บตัวเองขึ้นหน้าแรก อยากติด Top 5 ก็เพราะคนคลิกเยอะ เทียบอัตราการคลิกคร่าวๆให้ดูดังนี้ครับ
วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555
การทำ SEO คืออะไร
การทำ SEO คืออะไร SEO หรือ Search engine optimization คือกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ (ของคุณ) จาก Search Enigne ต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ใน Search Engine ในลำดับแรกๆ มักจะถูกคลิกบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป โดยปกติแล้วเป้าหมายการทำ SEO นั้นอยู่หลายที่ เช่น Image Search, Video Search แต่ที่เราใช้มากที่สุดคือ Web Search นั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ SEO คือการทำสงครามระหว่าง WebMaster ทั้งหลาย เพื่อช่วงชิงตำแหน่งสูงๆ ของผลลัพธ์ในการค้นหาจาก Search Engine ชื่อดังต่างๆ โดยมี Keyword เป็น อาวุธนั่นเอง การที่จะทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นเป็นผลลัพธ์แรกๆ ในการค้นหาจาก Search Engine นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราต้องอาศัยความพยายาม โดยหลักการทั่วๆ ไปดังนี้
วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555
"กูเกิ้ล"ยกเครื่องใหญ่ ระบบสืบค้นข้อมูลอัจฉริยะ
"กูเกิ้ลดูรึยัง", "ลองกูเกิ้ลดูสิ", "เดี๋ยวเปิดกูเกิ้ลก่อน" ฯลฯ เป็นคำที่ติดปากคนทั่วโลกมาตั้งนานแล้ว และสื่อความหมายถึง "ความแสนรู้" ของระบบสืบค้นข้อมูล หรือเสิร์ชเอนจิ้น อันดับ 1 อันโด่งดังนี้ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด มีกระแสข่าวแรงพอสมควรว่า ผู้บริหารและทีมวิศวกร "กูเกิ้ล" กำลังทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อ "ยกเครื่อง" ระบบสืบค้นข้อมูลของเว็บ "กูเกิ้ล" ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าถ้าประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ ภายในระยะเวลาอีกแค่ 2-3 เดือนข้างหน้า "พลเมืองเน็ต" ทั่วโลกจะมีโอกาสได้ทดลองใช้งานกันถ้วนหน้า!
ล่าสุด มีกระแสข่าวแรงพอสมควรว่า ผู้บริหารและทีมวิศวกร "กูเกิ้ล" กำลังทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อ "ยกเครื่อง" ระบบสืบค้นข้อมูลของเว็บ "กูเกิ้ล" ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าถ้าประสบความสำเร็จแล้วล่ะก็ ภายในระยะเวลาอีกแค่ 2-3 เดือนข้างหน้า "พลเมืองเน็ต" ทั่วโลกจะมีโอกาสได้ทดลองใช้งานกันถ้วนหน้า!
วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555
Google เริ่มปรับเปลี่ยนการค้นหารูปแบบใหม่!!
หลายคนคิดว่า Google พยายามจะอ่านความคิดความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะ "คำตอบ" ที่ว่าเรากำลังต้องการค้นหาอะไร? ล่าสุดทางบริษัทกำลังปรับใหญ่สำหรับกลไกการค้นหาที่ลึกซึ้งกว่าเดิม และให้ผลตอบที่โดนใจผู้บริโภคมากกว่าการให้ผลลัพธ์แค่ "Link"
Amit Singhal วิศวกรลูกหม้อของ Google กล่าวว่า ทางบริษัทต้องการให้ผู้ใช้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากกว่านี้ โดยการใช้กลไกที่เรียกว่า Semantic Search ซึ่งมันจะพยายามจัดลำดับสิ่งที่มีความหมายกับผู้ใช้จริงๆ ทันทีที่คุณกำลังพิมพ์คีย์เวิร์ดเข้าไปในช่องค้น Singhal ยังบอกอีกด้วยว่า มันคือเสิร์ชต่อไปหลังจากที่เราใช้กลไกการค้นหาแบบเดิมๆ มาหลายปีแล้ว โดยประเด็นของเสิร์ชยุคใหม่ที่วิศวกรของ Google พูดถึง และน่าสนใจมากๆ ก็คือ การทำให้ Google สามารถให้คำตอบกับผู้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกไปจากหน้าผลลัพธ์การค้น เหตุผลนอกจากความต้องการให้บริการเสิร์ชที่เยี่ยมยอดกับผู้ใช้ทั่วโลกแล้ว ไอเดียเบื้องหลังนี้ก็คือ ยิ่งผู้ใช้ Google ใช้เวลากับบริการเสิร์ชนานเท่าไร โอกาสทำรายได้จากโฆษณาของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
Amit Singhal วิศวกรลูกหม้อของ Google กล่าวว่า ทางบริษัทต้องการให้ผู้ใช้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากกว่านี้ โดยการใช้กลไกที่เรียกว่า Semantic Search ซึ่งมันจะพยายามจัดลำดับสิ่งที่มีความหมายกับผู้ใช้จริงๆ ทันทีที่คุณกำลังพิมพ์คีย์เวิร์ดเข้าไปในช่องค้น Singhal ยังบอกอีกด้วยว่า มันคือเสิร์ชต่อไปหลังจากที่เราใช้กลไกการค้นหาแบบเดิมๆ มาหลายปีแล้ว โดยประเด็นของเสิร์ชยุคใหม่ที่วิศวกรของ Google พูดถึง และน่าสนใจมากๆ ก็คือ การทำให้ Google สามารถให้คำตอบกับผู้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกไปจากหน้าผลลัพธ์การค้น เหตุผลนอกจากความต้องการให้บริการเสิร์ชที่เยี่ยมยอดกับผู้ใช้ทั่วโลกแล้ว ไอเดียเบื้องหลังนี้ก็คือ ยิ่งผู้ใช้ Google ใช้เวลากับบริการเสิร์ชนานเท่าไร โอกาสทำรายได้จากโฆษณาของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ตรวจสอบ SEO Onpage ด้วย SEO Doctor
หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ทำ SEO Onpage ให้กับเว็บไซต์ของเราแต่อยากทราบว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องและดีพอหรือยัง? จะหาเว็บไซต์ที่ตรวจสอบ SEO Onpage ก็ยุ่งยากบางทีเว็บล่มบางทีก็ประมวลผลช้าเสียเวลาและไม่แม่นยำเท่าที่ควร! นึกฝันอยากจะได้เครื่องมือตรวจสอบ On Page ที่บอกรายละเอียดสำคัญๆต่างๆให้เราได้ทราบบ้าง อะไรที่มันรวดเร็วทันใจ! ต่อจากนี้ไปปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย Add on for Firefox นั้นก็คือ SEO Doctor (คลิ๊กโหลดได้เลยครับ) หลังจากทำการติดตั้ง SEO Doctor เสร็จสมบูรณ์แล้ว เราก็ไปดูขั้นตอนและวิธีใช้งานของ Add On ตัวนี้ว่ามีทีเด็ดและลูกเล่นอะไรให้เราได้ใช้กันบ้างไปดูกันเลยครับ
วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555
co.cc ฟื้นคืนชีพ!!
ไม่ได้เขียนบทความมาตั้งนานหลังจากบทความที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องของการแบน Domain Free ที่ใหญ่ที่สุดและมีคนนิยมใช้มากที่สุดสำหรับ co.cc ของประเทศเกาหลี หลังจากที่ Google มองว่าเป็นตัวเพิ่มเว็บขยะหรือเว็บไม่มีคุณภาพในระบบให้มากขึ้นจึงได้ถูก Google ทำการขุดรากถอนโคนโดยการแบนข้อมูลหรือ Deindex ข้อมูลทั้งหมดออกไปจากระบบฐานข้อมูล
วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หรือจะถึงอวสาน Domain Free!!
จากที่ผ่านมาเพื่อนๆก็คงได้ทราบข่าวหรือโดนกับตัวเอง!! กับการแบน Domain Free ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของประเทศเกาหลี อย่าง co.cc โดย Google ให้เหตุผลว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่ของ co.cc เป็นเว็บขยะ หรือเป็นเว็บที่ไม่มีคุณภาพ รวมทั้งเป็นแหล่งรวม Cyber Criminal หรืออาชญากรออนไลน์ทั้งหลาย โดยใช้ช่องทางของโดเมนฟรีอย่าง co.cc เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการแพร่ระบาด Malware ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะฝังตัวเป็นภัยคุกคามกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีอัตราการแพร่ระบาดที่เพิ่มสูง ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเหตุผลนี้ก็เพียงพอ
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วิเคราะห์คู่แข่งด้วย Niche Market Finder
สวัสดีครับผม ช่วงนี้ฝนตกค่อนข้างบ่อยก็ระวังสุขภาพกันบ้างนะครับ มาว่ากันต่อเลยใน บทความ SEO วันนี้ผมจะมาแนะนำเครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่งแบบง่ายๆด้วยโปรแกรม Niche Market Finder ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายและค่อนข้างดีอีกโปรแกรมหนึ่ง รวมทั้งยังสามารถ Download มาใช้งานได้ฟรีๆอีกด้วยครับ ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญของตัวโปรแกรมก็คือเอาไว้วิเคราะห์คู่แข่งใน Keyword ที่เราจะทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ครับ ซึ่งผลการวิเคราะห์จะอ้างอิง Google.com ซึ่งจะวิเคราะห์ได้ค่อนข้างแม่นยำใน Keyword และ Traffic ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ภาษาไทยผลการวิเคราะห์จะยังไม่แม่นยำเท่าที่ควร แต่ก็ยังพอนำมาอ้างอิงได้ครับ เรามาศึกษาและดูวิธีการใช้งานกันเลย เริ่มต้นให้ทำการกรอก Keyword ที่เราะจะทำการวิเคราะห์ในช่อง Keyword แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Find Pages ตรง Tool Bar ด้านบนครับ ตัวโปรแกรมก็จะทำการประมวลผล และแสดงผลการวิเคราะห์ตามรูป
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ตรวจสอบและ เช็ค PR ด้วย PaRaMeter
สวัสดีครับ ช่วงเมื่อไม่นานที่ผ่านมาทาง Google ได้มีการปรับ PR ให้กับเว็บไซต์ต่างๆครั้งใหญ่ ตัวผมก็เลยมองหา SEO Tool ดีๆซักตัวที่มีความสามารถ ตรวจสอบ และ เช็ค PR เว็บไซต์ครั้งละมากๆได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และเน้นที่ตัวโปรแกรมให้มีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ทำงานได้สะดวกดี และที่สำคัญใช้งานได้ง่ายๆและฟรีครับ ผมขอแนะนำ PaRaMeter จากค่าย CleverStat เครื่องมือ เช็ค PR เว็บ ที่มีความสามารถตรวจสอบ PR ได้อย่างรวดเร็ว วิธีใช้งานก็ค่อนข้างง่ายๆมากๆครับ เพียงกรอก URL ของเว็บไซต์ที่เราต้องการในช่อง URL แล้วคลิ๊กที่ปุ่มเครื่องหมายบวก หรือ Add Button นั้นเอง ถ้าต้องการเช็ค PR เว็บหลายๆเว็บไซต์ หรือ Page ต่างๆ ก็เพียงกรอก URL ของเว็บไซต์ หรือ Page ที่เราต้องการตรวจ สอบ และคลิ๊กปุ่ม Add เพิ่มลงไปใน List ให้ครบตามความต้องการของเรา หลังจากนั้นก็คลิ๊กที่ปุ่มเครื่องหมายสามเหลี่ยม หรือ Update PR Button เพียงแค่นี้ตัวโปรแกรมก็จะประมวลผลและแสดง PR ให้เราได้ทราบกัน โดยจะแสดงแบ่งออกเป็น Column
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
แนะนำวิธีค้นหาและสร้าง Backlink ง่ายๆ
วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องมือและวิธีการค้นหาและสร้าง Backlink ง่ายๆนะครับ เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับ Backlink ที่เชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ เกี่ยวข้องกัน หรือสอดคล้อง ดังนั้นเราควรไปฝาก Link ไว้กับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของเราเพราะเราจะได้ SEO Score จากตรงนี้ส่งผลให้ อันดับผลการค้นหาของเราดีขึ้น เราไปดูเครื่องมือตัวนี้กันเลยกับเว็บไซต์ Dropmylink คลิ๊กเลย ขั้นตอนก็ง่ายๆและฟรีอีกเช่นเคย ในการค้นหาก็เพียงแค่ใส่ Keyword ที่เราต้อง การจะค้นหาลงในช่อง Keyword ในส่วนของช่อง Find ก็คือวิธีการค้นหา Backlink จากที่ไหนจะมี Drop Down Menu ให้เลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้
วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
จดโดเมนเนมฟรีกับ cu.cc
วันนี้เรามาแนะนำการจดโดเมนฟรีกับ cu.cc (PR4) นะครับ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือสำหรับผู้ต้องการทดสอบการทำ SEO ด้วย Domain Name ตรงๆ ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมากไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก แค่เตรียมอีเมล์ที่ใช้งานจริงไว้สำหรับ Activate ก็พอ เริ่มต้นก็ไปที่หน้าเว็บกันเลย http://www.registry.cu.cc/ หลังจากนั้นบริเวณช่องว่างตรงกลางให้กรอกชื่อ Domain Name ที่เราคิดไว้คลิ๊ก Check Availability ถ้ายังไม่มีใครลงทะเบียนชื่อนี่บริเวณทางด้านซ้ายจะมีเครื่องหมายถูกสีเขียว Available ซึ่งสามารถใช้งานได้ ในส่วนของ Domain Option เราสามารถกำหนดการใช้งานได้ถึง 2 ปีนะครับ และเราสามารถลงทะเบียนใช้ Domain Name ได้สูงสุด 5 ชื่อนะครับต่อ 1 Account สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานฟรี คลิ๊ก Checkout
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554
Backlink Checker
ก็จะมาแนะนำเว็บไซต์อีกเว็บไซต์นึงที่เอาไว้ตรวจสอบ Backlink ที่เราได้ไปฝากไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ คล้ายๆกับเว็บไซต์ที่ได้แนะนำไปใน บทความ SEO ตอนที่แล้วนะครับ เว็บไซต์ที่เอาไว้ตรวจสอบที่นำมาแนะนำคือ Check Backlink ขั้นตอนการตรวจสอบก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ก็สามารถตรวจสอบได้เลยโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เพียงแค่กรอก Domain Name เว็บของเราลงไปในช่อง Your Domain แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Check! รอซักครู่ระบบก็จะทำการประมวลผล วิธีการดูก็ไม่ยากครับ จะมีรายละเอียดให้เราได้ตรวจสอบกันอยู่ 3 ส่วน ส่วนแรกก็คือ Total Backlinks หรือจำนวนผลรวมของ Backlink ของเราทั้งหมดที่ระบบได้ทำการตรวจสอบพบ ส่วนที่สอง Website Address หรือชื่อเว็บไซต์ที่อ้างอิง Backlink ของเรา สามารถคลิ๊กเข้าไปดูได้ครับ ส่วนที่สาม PageRank หรือ ค่าคะแนน PR ของหน้านั้นๆที่เราได้ Backlink ครับ ลองเข้าไปทดสอบกันดูครับกับ SEO Tool ตัวนี้ ^^
วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วิธีตรวจสอบ Backlink
หลังจากที่เราได้ฝาก Link ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝาก Link ไว้ตาม Social Bookmark หรือ Web Directory หรือตามเว็บบอร์ดที่เราเข้าไปใช้งาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถสร้าง Link ได้ ที่นี่หลังจากเราฝากไปแล้วเวลาผ่านไป เราจะทราบได้อย่างไรว่าเรามี Backlink เท่าไหร่แล้วเราสร้างไว้เท่าไหร่แล้ว เก็บสะสมไว้เท่าไหร่แล้ว (จำไม่ได้) วิธีง่ายๆที่ได้ผลและนำมาแนะนำกันก็คือการตรวจสอบกับเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบ BL โดยเฉพาะนั้นเอง ซึ่งให้บริการฟรีครับ ขอแนะนำ Backlink Watch ครับเป็น Web Site สำหรับตรวจสอบ BL โดยเฉพาะวิธีการก็ใช้งานง่ายๆมากเพียงแค่กรอก URL ของ Web Site ที่เราจะทำการตรวจ สอบที่ช่อง Enter URL: แล้วก็คลิ๊ก Check Backlinks หรือกด Enter เพียงแค่นี้ระบบก็จะทำการตรวจสอบ Backlink ของเรา ขึ้นมาเป็นรายการ ให้เราทราบโดยวิธีการอ่านค่าในส่วนต่างๆของตารางนั้น ขออธิบายเป็นข้อๆดังต่อไปนี้ครับ
1. PR คือ ค่า PR ของหน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink ไว้มีค่าเท่าไหร่
2. OBL คือ จำนวน Link ออกทั้งหมดใน หน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink เอาไว้มีจำนวนเท่าไหร่
3. Flag คือชนิดหรือรูปแบบของ Backlink ที่เราได้รับ ตัวอย่างเช่น NoFollow
4. Total Backlinks คือผลรวมของ Backlink ที่เรามีทั้งหมดจากการตรวจสอบของระบบ
ก็ไปลองทดสอบใช้งานกันดูนะครับ กับบริการตรวจสอบ Backlink ดีๆ ฟรีๆ ครับ
1. PR คือ ค่า PR ของหน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink ไว้มีค่าเท่าไหร่
2. OBL คือ จำนวน Link ออกทั้งหมดใน หน้านั้นๆที่เราฝาก Backlink เอาไว้มีจำนวนเท่าไหร่
3. Flag คือชนิดหรือรูปแบบของ Backlink ที่เราได้รับ ตัวอย่างเช่น NoFollow
4. Total Backlinks คือผลรวมของ Backlink ที่เรามีทั้งหมดจากการตรวจสอบของระบบ
ก็ไปลองทดสอบใช้งานกันดูนะครับ กับบริการตรวจสอบ Backlink ดีๆ ฟรีๆ ครับ
วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันวิสาขบูชา
วันนี้พักเรื่อง SEO มาพูดถึงวันสำคัญทางศาสนา เนื่องจากศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของเราวันนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก วันวิสาขบูชา หรือการบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการคือ เป็นวันประสูติ คือเกิด เป็นวันที่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คือสำเร็จ และปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว วันนี้เป็นวันหยุดราชการด้วย เกือบแทบทุกวัดจะมีการจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชากันด้วยครับเพื่อนๆพี่ที่ว่างจากธุรกิจหน้าที่การงาน วันนี้ก็มาทำบุญกันนะครับ ช่วงเช้าอาจจะมีการทำบุญตักบาตร หรือเข้าวัดถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา รักษาศีล ฟังธรรมเทศนาที่วัด หรือจะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ บริจาคทรัพย์เพื่อการกุศล พัฒนาวัด เป็นต้น ในช่วงค่ำพุทธศาสนิกชน จะนำดอกไม้ธูปเทียนเพื่อไปเวียนเทียนรอบพระอุโปสถภายในวัด หาวัดใกล้ๆบ้านทำบุญกันนะครับ พี่น้องชาวไทย
วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
แนะนำ Add-On ตรวจสอบ DoFollow และ NoFollow
เป็นบทความ SEO ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ในเมื่อเราทราบถึงรายละเอียดชนิดและประเภทที่เกี่ยวกับ Link DoFollow และ NoFollow กันไปแล้วที่นี่เราจะทราบได้อย่างไรว่าเว็บที่เราฝากลิงค์ไว้เป็น Backlink ชนิดไหนกันแน่ วิธีการตรวจสอบจริงๆมีหลายวิธี แต่บทความนี้ เราขอแนะนำเครื่องมือ หรือ Tool ที่เอาไว้ตรวจสอบชนิดและประเภทของลิงค์ DoFollow และ NoFollow กันแถมใช้งานได้ง่ายมากเพียงแค่คลิ๊กไม่กี่คลิ๊ก ติดตั้งได้ไม่ยาก และที่สำคัญฟรีครับผม!! เครื่องมือตัวนี้เป็น Add-on ของ FireFox ไปโหลดกันเลย NoDoFollow (ตัว Update สามารถใช้งานกับ FireFox 11 ได้ครับ) หลังจากทำการติดตั้งด้วยขั้นตอนง่ายๆ เรามาดูวิธีใช้งานกันง่ายไม่แพ้ขั้นตอนติดตั้งเลยโดยหาพื้นที่ว่างบนหน้า Page ที่เราจะทำการตรวจสอบแล้วคลิ๊กขวาเลือกคำสั่ง NoDoFollow จะมีแถบสีที่ขึ้นบริเวณที่เป็นลิงค์ ถ้าเป็น Highlight สีน้ำเงินจะเป็นลิงค์ชนิด DoFollow แต่ถ้าเป็นแถบสีหรือ Highlight สีแดงจะเป็นลิงค์ชนิด NoFollow ครับ เป็นเครื่องมืออีกหนึ่งตัวซึ่งจำเป็นมากๆครับสำหรับการทำ SEO
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
DoFollow และ NoFollow คืออะไร ?
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO หรือการโปรเมทเว็บไซต์ของเราก็คือ Backlink ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Backlink กันให้มากขึ้นว่าเราไปสร้าง Backlink เพื่อโปรโมทกับเว็บไซต์ต่างๆนั้นเราได้เป็น Backlink ประเภทไหนกันครับ Backlink แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทก็คือ Backlink แบบ DoFollow และแบบ NoFollow
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
เรามาเริ่มต้นกันที่ DoFollow ก่อนละกันครับ Backlink ประเภทนี้เป็นลิงค์ที่ถือว่าดีที่สุดในการทำ SEO เพราะว่าเราจะได้รับทั้ง Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้และได้รับความสนใจจากผู้พบเห็นคลิ๊กตามลิงค์มา อย่างที่สอง RoBot เราจะได้ Robot หรือ Spider ของ Serch Engine ที่เข้ามาเก็บข้อมูลหน้า Page ที่เราฝากลิงค์นั้นๆไว้ไต่ตามลิงค์มาที่เว็บไซต์ปลายทางของเราเพื่อทำการเก็บข้อมูล หรือ Index และเปลี่ยนมาเป็น Backlink อย่างที่สาม เราจะได้รับการคำนวนค่า PR หรือ PageRank ค่าคะแนนจากเว็บต้นทางด้วย เพราะฉะนั้นถือได้ว่าลิงค์ประเภท DoFollow เป็น Backlink ที่เหมาะที่สุดและเยี่ยมสุดในการทำ SEO
รูปแบบลิงค์ชนิด DoFollow <a href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
ที่นี่เรามาดูลิงค์แบบ NoFollow ลิงค์ประเภทนี้เราจะได้รับ Traffic จากการที่เราฝากลิงค์ไว้กับเว็บไซต์ต้นทางคล้ายลิงค์แบบ DoFollow รวมทั้ง เราจะได้รับการเก็บข้อมูลจาก Robot ของ Serch Engine ไต่ตามลิงคค์ตามเข้ามาเก็บข้อมูล หรือ Index ข้อมูลของเราและเป็น Backlink แต่ข้อแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ก็คือ เราจะไม่ได้รับการคำนวนค่า PR (PageRank) หรือค่าคะแนนของ Page จากเว็บต้นทางครับ
รูปแบบลิงค์ชนิด NoFollow <a rel=”nofollow” href=”http://yourwebsitename”>yourlinkname</a>
วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554
Google Banned
ตั้งชื่อหัวข้อซะน่ากลัวเลยนะครับ แต่เป็นความรู้ SEO ที่น่าสนใจมากในช่วงนี้ เรามาพูดถึงเรื่องการถูก Google Banned กันเพราะเนื่องจากตั้งแต่การปรับเปลี่ยน Algorithm ใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Panda ก็ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเว็บไซต์ต่างๆที่ทำผิดกฎ หรือผิดเงี่อนไขโดยตรงของ Algorithm ตัวใหม่ ถูกลงโทษหลายเว็บไซต์ด้วยกัน โดยการลบข้อมูลออกจากฐานข้อมูลทั้งหมดของ Google โดยส่วนใหญ่ที่สังเกตได้จะเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมากจากการทำงานของ Script ต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือผลทางด้านการค้า หรือเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาต่าง IP Class C เป็นจำนวนมากแต่มีเนื้อหาข้อมูลทีเหมือนกัน หรือการสร้างลิงค์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อวัตถุประสงค์และผลทางด้าน SEO ทีนี่เป็นคำถามยอดนิยมว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราถูกแบนจาก Google ก็มีขั้นตอนง่ายๆ ก็ให้ไปหน้าหลักของการค้นหา Google ลองพิมพ์ที่อยู่ของเว็บไซต์เราตรงๆดูว่ามีผลการค้นหาขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่แสดงผล ต่อไปก็ให้ลองพิมพ์คำว่า site:yourdomain.com หรือ link:yourdomain.com ตรวจสอบดูว่ามีข้อมูลของเว็บไซต์เราอยู่หรือไม่ถ้าไม่ก็สันนิฐานได้ว่าอาจจะถูกแบนจากฐานข้อมูลของ Google หรือใช้เครื่องมือตรวจสอบ Google Banned Checker ดูจากเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบครับมีหลายเว็บไซต์ที่แนะนำทาง Link ด้านล่างครับ
Google Banned Checker Iwebtool
Google Banned Checker SelfSEO
Google Banned Checker Dnxpert
(หมายเหตุ เป็นการตรวจสอบการแบนเฉพาะเว็บที่มีผลการค้นหาในฐานข้อมูลหรือ Index แล้วนะครับถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่สันนิฐานได้ว่ายังไม่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลหรือยังไม่ Index ครับ)
Google Banned Checker Iwebtool
Google Banned Checker SelfSEO
Google Banned Checker Dnxpert
(หมายเหตุ เป็นการตรวจสอบการแบนเฉพาะเว็บที่มีผลการค้นหาในฐานข้อมูลหรือ Index แล้วนะครับถ้าหากเป็นเว็บไซต์ใหม่สันนิฐานได้ว่ายังไม่ถูกเก็บลงฐานข้อมูลหรือยังไม่ Index ครับ)
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554
ความสำคัญของ BackLink
ปัจจัยที่สำคัญในอันดับต้นๆของหลายๆตัวแปรในการทำอันดับกับ Search Engine ชื่อดังอย่าง Google หรือ Search Engine ชื่อดังของค่ายอื่นๆ ก็คงหนีไม่พ้น BackLink เพราะ Search Engine ทั้งหลายจัดอันดับการให้คะแนน และคุณค่าของเว็บไซต์ ส่วนหนึ่งก็มาจากจำนวนของ BackLink นั้นเอง ซึ่งการจะขึ้นไปอยู่ในอับดับที่ดีของเครื่องมือค้นหา ก็คือการหา BackLink เข้ามาที่เว็บไซต์เป็นจำนวนมาก แต่ BackLink ที่เข้ามาก็ควรเป็น BackLink ที่มีคุณภาพหรือมีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตรงนี้ Search Engine จะให้คะแนนความน่าเชื่อถือและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การมี BackLink เป็นจำนวนมากนอกจากจะทำให้ผลการค้นหาดีขึ้น Robot เข้ามาเก็บข้อมูลบ่อยขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะให้ผู้ชม หรือผู้ที่สนใจแวะเวียนเข้ามาที่เว็บไซต์เราอีก ด้วยการ Click ตาม Link เข้ามา อย่างไรก็ตามนอกจากการหา BackLink คุณภาพแล้วเรายังจะต้องปรับปรุงเว็บไซต์ และ UpDate เนื้อหา (Unique Content) ของเราให้ดีขึ้น มีคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ ให้สอดคล้องกับการหา BackLink แบบธรรมชาติ ถ้าทำได้อย่างนี้ อันดับผลการค้นหาที่ดีขึ้นก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ ConFirm!!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















